app store และ play store แตกต่างกันอย่างไร

หากเราต้องการโหลดแอพพลิเคชันต่างๆไม่ว่าจะเกม หรือ แอพเพื่อการใช้สอยอื่นๆ มาใช้ในมือถือสิ่งที่เป็นตัวกลางของการดาวน์โหลดมาใช้ก็คือ app store และ play store เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าถ้าคุณใช้ Apple ตัวกลางในการโหลดคือ App store และถ้าคุณใช้ Android ตัวกลางคือ Play store แล้วสองตัวกลางนี้ใช้อย่างไร ต่างกันตรงไหน ติดตามได้ในบทความนี้

          ในส่วนของการใช้งานทั้งสองตัว มีความคล้ายกันในเรื่องการโหลดและจ่ายเงินเพื่อซื้อ แอพพลิเคชัน ขั้นแรก เราต้องทำการสมัคร E-mail เพื่อระบุตัวตนก่อน สำหรับ Android คุณต้องสมัครGoogle account หรือ gmail แต่สำหรับ Apple คุณสามารถใช้ E-mail ใดก็ได้เพื่อระบุตัวตน ทั้งสองนี้คุณสามารถเลือกโหลดแอพลิเคชันฟรีเพื่อติดตั้งในตัวเครื่องได้เลย แต่สำหรับบางแอพลิเคชันที่ต้องเสียเงิน คุณจำเป็นจะต้องมีบัตรเครดิตก่อน เพื่อผูกบัญชีกับบัตรเครดิต เรียกเก็บมากับบิลชำระรายเดือน

ในส่วนของความแตกต่างนั้น Play store แสดงยอดดาวน์โหลดของทุกแอพฯ ไม่รีเซทเมื่อมีการอัพเดท มีคำอธิบายแอพพลิเคชันสั้นๆ เข้าใจง่ายเพื่อให้ผู้ใช้งานไม่เสียเวลาในการอ่านทั้งหมด มีรีวิวของผู้ใช้งานจริงให้อ่าน และผู้พัฒนาสามารถเลือกปักหมุดการรีวิวได้ ซึ่งทำให้ผู้ใช้รู้ถึงความนิยมและข้อดีของแอพลิชันนั้น ตัวอย่าง Screen shot application  มีมากถึง 8รูป วิดิโอแสดงการใช้แอพลิเคชันความยาวสามารถลงได้ไม่จำกัด ซึ่งเป็นผลดีในการประกอบการตัดสินใจในการเลือกใช้ การพัฒนาอัพเดท ผู้พัฒนาสามารถแก้ไขหรืออัพเดทได้เลย การติดตั้งก็แสนง่ายแค่เข้าหน้าเว็บอินเทอร์เนตก็สามารถกด Install ได้ทันที อีกทั้งกรณีการคืนเงินจากความไม่พึงพอใจในการใช้แอพพลิเคชัน ผู้พัฒนาเป็นผู้ตัดสินใจในการคืนเงินเอง ทำให้ผู้พัฒนาได้รู้ถึงปัญหาการใช้งานจริงและนำมาพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นได้

ในขณะที่ App store แสดงเพียงค่าเฉลี่ยการรีวิว และมีการรีเซทเมื่อมีการอัพเดท IOS ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถทราบถึงความนิยมที่แท้จริง การอธิบายแอพพลิเคชันต้องอ่านทั้งหมด โดยAppstore จะใช้วิธีแสดงข้อความไม่กี่บรรทัดและขึ้น เพิ่มเติม หรือ Read more ให้อ่านต่อ ตัวอย่าง Screen shot application มีให้ดูเพียงแค่ 5 รูป วิดิโอแสดงการใช้แอพพลิเคชันมีความยาวได้แค่ 30 วินาที การพัฒนาอัพเดทผู้พัฒนาสามารถทำได้แต่ต้องใช้ระยะเวลารอเพื่อให้Apple อนุมัติ 7-10 วัน ในส่วนของการคืนเงินกรณีผู้ใช้งานไม่พอใจ ผู้ใช้จะต้องติดต่อ Apple โดยตรง  ทางE-mail หรือ Chat real time แจ้งปัญหา เหตุผล แจ้งรหัสการซื้อขาย แล้วทางApple จะพิจารณาอนุมัติอีกที